Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

  บุคคลไม่พึงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง  
  รู้จักสุทัสสา อ่อนค้อม

ชื่อ รองศาสตราจารย์ ดร. สุจิตรา อ่อนค้อม

วันเดือนปี เกิด 27 มีนาคม 2494

คุณวุฒิ  Ph.D.(Philosophy)

ตำแหน่งทางวิชาการ  รองศาสตราจารย์ ระดับ 9

ตำแหน่งทางบริหาร  ประธานหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาไทยศึกษา ระดับ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

   
ที่อยู่ปัจจุบัน  33/45 ซอยร่มไทร ถนนกาญจนาภิเษก แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
                  โทร. 0-2445-5407

การศึกษา
พ.ศ. 2512 - 2515 อ.บ. (ภาษาอังกฤษ) คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2520 - 2523 อ.ม. (ปรัชญา) บัณฑิตวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2521 - 2522 พ.ม. (สังคมศึกษา) กองส่งเสริมวิทยฐานะ กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2533 - 2535 Ph.D. (Philosophy) มหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย
พ.ศ. 2547 Certificate of Supervising Research, University of Sydney Australia
พ.ศ. 2547 ธรรมศึกษาชั้นตรี สำนักเรียนวัดดุสิดาราม
พ.ศ. 2548 ธรรมศึกษาชั้นโท สำนักเรียนวัดดุสิดาราม
พ.ศ. 2549 ธรรมศึกษาชั้นเอก สำนักเรียนวัดประยุรวงศาวาส
พ.ศ. 2549 Certificate of English, London House School of English, Kent, England
   
ประวัติย่อ   
      ดร. สุจิตรา อ่อนค้อม แห่งสถาบันราชภัฏธนบุรี เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2494
ทีหมู่บ้านดงน้อย ต.ช่องแค อ.ตาคัว จ. นครสวรรค์ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดช่องแค
พ.ศ. 2503 จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ. 3) จากโรงเรียนประดับวิทย์ พ.ศ. 2509 จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พ.ศ. 2511 อ.บ. จากคณะอักษณศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2515 และ 2523 Ph.D จากมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอันเดีย พ.ศ. 2535
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยศึกษา คณะมนุษยศาสตร์
และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี เป็นนักเขียนประจำนิตยสารกุลสตรี มาตั้งแต่ ปี 2532 - ปัจจุบัน

      รศ.ดร.สุจิตรา อ่อนค้อม ได้รับรางวัล International Award แห่งเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อเดือน
กุมภาพันธ์ 2546 จากควาเรียงเรื่อง " Creating sustainable World Peace" โดยใช้หลักทางพุทธศาสนาเป็นเหตุผลสนับสนุนความคิด

ประวัติ ดร.สุจิตรา อ่อนค้อม ในคำนำ จากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
      ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่บรรพบุรุษนับถือพระพุทธศาสนา พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พาเข้าวัดตั้งแต่เล็ก ๆ
โดยเฉพาะเทศกาล "เทศน์มหาชาติ" จะพากันไปวัดตั้งแต่ตีสี่ตีห้า เพื่อจะได้ฟังพระสวด
"คาถาพัน" ได้ครบ 1,000 คาถา ด้วยความเชื่อว่าเมื่อตายจะได้ขึ้นสวรรค์ ก่อนนอนคุณพ่อคุณแม่ก็จะเล่านิทานที่เกี่ยวกับนรกสวรรค์ให้ฟังเสมอ ๆ เช่น เรื่องเทพบุตร เทพธิดา
ที่มีความสุขอยู่ในวิมานสวย ๆ หรือเรื่องพระมาลัยไปเทศน์โปรดสัตว์ที่เมืองนรก เป็นต้น
ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความคิดคำนึงและจินตนาการไปต่าง ๆ ตามประสาเด็ก ทรรศนะที่มีต่อพระพุทธศาสนาในวัยขนาดนั้น คือ ต้องทำความดีจึงจะได้ขึ้นสวรรค์ แล้วไม่อยากทำความชั่ว เพราะกลัวจะไปตกนรก ความเชื่อเรื่องกรรมจึงมีมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

   เมื่อจบมัธยมต้นจากต่างจังหวัด ได้เข้ามาสอบเรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
(รุ่น ๒๙) ในกรุงเทพฯ อาศัยอยู่กับครอบครัวมุสลิมซึ่งเขารักเหมือนลูกสาว
คุณยายของบ้านเป็นชาวพุทธและไปฟังเทศน์ที่วัดทุกวันอาทิตย์ ไปวัดโพธิ์บ้าง วัดพระแก้วบ้าง
ข้าพเจ้าก็จะตามคุณยายไปแล้วก็สังเกตว่าคนที่ไปวัด มีแต่คนแก่ ๆ ข้าพเจ้าตอนนั้นอายุ ๑๘ ปี
จึงเป็นคนเดียวที่อายุน้อยที่สุด

   จบโรงเรียนเตรียมฯ ก็สอบเข้าเรียนที่คณะอักษรศาสตร์จุฬา พักที่หอพักนิสิตหญิงจุฬา ฯ
(ปัจจุบันเป็นศูนย์การค้ามาบุญครอง) วันอาทิตย์ก็ได้ไปเรียนพระทุทธศาสนาวันอาทิย์ที่วัดบวรนิเวศ
เป็นลูกศิษย์ ท่านเจ้าคุณธฺมมสาโร ภิกขุ

   จบปริญญาแล้ว ทรรศนะที่มีต่อพระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ในระดับนรกสวรรค์ ต่อเมื่อเรียนปริญญาโท
สาขาปรัชญา ที่คณะและมหาวิทยาลัยเดิม ทำให้ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนากว้างขวางขึ้น อาจารย์ผู้ให้ความรู้และเป็นแรงจุงใจให้หันมาศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง คือ
ท่านศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุนทร ณ รังษี ส่วนพระสงฆ์นั้น ข้าพเจ้าเคารพและศรัทธา ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ในความเป็นปราชญ์ทางด้านพระพุทธศาสนาของพระึคุณท่านและท่านก็ได้ประสิทธิ์ประสาท
ความมรู้ด้านปริยัติแก่ ข้าพเจ้าด้วย ความเมตตาอย่างหาที่เปรียบมิได้ ในด้านการปฏิบัติ ข้าพเจ้าเริ่มปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเมื่อปี ๒๕๒๖ เมื่อทางวิทยาลัยส่งให้เข้าอบรมปฏิบัติธรรมที่
วัดอัมพวัน จ. สิงห์บุรี ข้าพเจ้าได้เป็นศิษย์ของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ตั้งแต่ บัดนั้น (ปััจจุบันหลวงพ่อได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นที่ พระราชสุทธิญาณมงคล) และชีวิตก็พลิกผันหันเข้าหาธรรมะอย่างเต็มภาคภูมิ นับตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ ทรรศนะที่มีต่อพระพุทธศาสนาได้ก้าวพ้นระดับนรกสวรรค์ขึ้นมา ข้าพเจ้าไม่อยากเกิดในสวรรค์ เพราะเป็นภูมิที่ยังต้องเวียนว่าย ข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝันที่จะข้ามพ้นจากสงสารสาคร แต่ก็คงจะเป็นได้เพียงความฝัน เพราะยิ่งปฏิบัติ ก็ยิ่งพบว่าการจะเข้าถึงมรรค ผล นิพพานนั้นยากแสนยาก และหากผู้ปฏิบัติขาดความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ก็อาจหลงทางได้ง่าย

      การไปวัดอย่างสม่ำเสมอ เรื่องได้ฟังธรรมเทศนาจากท่านเจ้าคุณหลวงพ่อหลายต่อหลายครั้งบางเรื่องก็ฟังซ้ำถึง
หกเจ็ดครั้ง (แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยเบื่อ) และความที่เป็นคนช่างจดช่างจำ เรื่อง "ไฟไหนเล่าร้อนเท่าไฟนรก" และ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" จึงเกิดขึ้น ความปลาบปลื้มใจพูนทวีจนสุดจะพรรณนา เมื่องานเีขียนที่ข้าพเจ้าได้รับความนิยมจากท่านผู้อ่านมากมายเกินความคาดหมาย ข้าพเจ้ารู้สึกปิติที่ได้ทำหน้ัาที่ช่วยเผยแผ่คำสอนของท่านเจ้าคุึณหลวงพ่อผู้ซึ่งดำเนินตามรอยบาทขององค์ พระศาสดาอย่างแน่วแน่ ข้าพเจ้าจึง "ได้บุญ" จากธัมมัสสวนมัย ในเวลาเดียวกัน

      ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อผู้มีพระคุณต่อข้าพเจ้า ท่านเมตตาช่วยเหลือข้าพเจ้าทุกอย่าง และยังสนับสนุนส่งเสริมให้ข้าพเจ้าไปเรียน ปริญญาเอกที่ประเทศอินเดีย การได้ใช้ชีวิตใน "แดนพุทธภูมิ" ทำให้ข้าพเจ้าได้ควา่มรู้และประสบการณ์ด้านพระพุทธศาสนา ลึกซึ้ง ท่านอาจารย์ เขมานันทะ (ดร.พระมหาบาง สิมพลี) ได้เมตตาช่วยเหลือในเรื่องการสมัครเรียนที่ มหาวิทยาลัียมคธ ตลอดจนช่วยสงเคราะห์ให้ได้พำนักในวัดทิเบต อันเป็นวัดของฝ่ายมหายาน ข้าพเจ้าจึงได้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน เป็นกำไรชีวิต

      ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนิตยสาร กุลสตรี โดยเฉพาะ คุณยุพา งามสมจิตร ผู้ซึ่งข้าพเจ้าเคารพ
นับถือดุจครู อาจารย์ ด้วยท่านทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เกิดในบรรณพิภพ ข้าพเจ้าถือโอกาสนี้ แสดงคารวะและกตัญญูกตเวทิตาธรรม ต่อท่านผู้มีพระคุณทุกท่านที่กล่าวข้างต้น และต่อท่านผู้อ่านที่ได้เมตตาช่วยค้ำจุนให้ข้าพเจ้ายืนหยัดอยู่ในโลกของตัวหนังสือได้อย่างมั่นใจ

ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุก ๆ ท่านเทอญ

 

งานสอน

 

 
 
 
www.fungdham.com www.jarun.org
www.palungjit.com www.sudassa.com
www.dhammajak.net www.rethinkers.org
www.namjaidham.com กระทรวงวัฒนธรรม
www.larntum.in.th มหาวิทยาลัียราชภัฏธนบุรี
งานเขียนของสุทัสสา
งานสอน
งานบรรยาย
งานวิจัย
งานพิเศษ / ให้บริการแก่สังคม
บทสัมภาษณ์